เลือกแบตเตอรี่ลิเธียมที่เหมาะกับรถโฟล์คลิฟท์ของคุณ

เลือกแบตเตอรี่ลิเธียมที่เหมาะกับรถโฟล์คลิฟท์ของคุณ

ในยุคที่ธุรกิจคลังสินค้าและโลจิสติกส์ต้องการความรวดเร็ว ประหยัดพลังงาน

และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา “รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ลิเธียม” จึงกลายเป็นทางเลือกหลัก

ของหลายองค์กร แต่การจะใช้ให้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด สิ่งสำคัญคือ

การเลือกแบตเตอรี่ลิเธียมให้เหมาะกับรถโฟล์คลิฟท์ของคุณ

 

วันนี้เรามีแนวทางดีๆ มาแนะนำ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายและถูกต้องมากขึ้น

1. เลือกตาม “แรงดันไฟฟ้า (Voltage)” ที่เหมาะกับรุ่นรถโฟล์คลิฟท์

แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ลิเธียมต้อง ตรงตามสเปกรถโฟล์คลิฟท์ เช่น

แบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 25.6V

แบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 25.6V

แบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 51.2V

แบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 51.2V

แบตเตอรี่ลิเธียมขนาด 76.8V – 83.2V

  • รถโฟล์คลิฟท์ขนาดเล็ก: ใช้แบตเตอรี่ 24V / 25.6V

  • รถโฟล์คลิฟท์ขนาดกลาง: ใช้แบตเตอรี่ 48V / 51.2V

  • รถโฟล์คลิฟท์ขนาดใหญ่: ใช้แบตเตอรี่ 72V – 80V / 76.8V – 83.2V

หากแรงดันไม่ตรงกัน อาจทำให้ระบบควบคุมไฟฟ้าทำงานผิดพลาด หรืออายุการใช้งานแบตเตอรี่สั้นลง

2. พิจารณาความจุ (Capacity, Ah) ให้สอดคล้องกับระยะเวลาการใช้งาน

ความจุของแบตเตอรี่ (หน่วยเป็นแอมป์–ชั่วโมง: Ah) คือระยะเวลาที่รถโฟล์คลิฟท์สามารถทำงานได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

  • ถ้าใช้งานเบา เช่น ยกของไม่ต่อเนื่อง → เลือก 200–300Ah ก็เพียงพอ

  • ถ้าใช้งานต่อเนื่องทั้งวัน เช่น ในคลังสินค้าขนาดใหญ่ → ควรเลือก 400Ah ขึ้นไป

💡 เทคนิค: ควรเลือกแบตเตอรี่ที่จุไฟมากกว่าความต้องการจริงเล็กน้อย เพื่อยืดอายุการใช้งานและลดรอบการชาร์จต่อวัน

3. ตรวจสอบระบบ BMS (Battery Management System)

แบตเตอรี่ลิเธียมที่ดีควรมี ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ (BMS) เพื่อช่วยดูแลและป้องกันความเสียหาย เช่น

  • ป้องกันการชาร์จไฟเกิน

  • ป้องกันการคายประจุเกิน

  • ตรวจสอบอุณหภูมิ

  • ควบคุมสมดุลเซลล์แบตเตอรี่ (Cell Balancing)

ระบบ BMS จะช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากความร้อนหรือไฟฟ้าลัดวงจร

4. พิจารณาเวลาชาร์จและระบบการชาร์จ

หนึ่งในจุดเด่นของแบตเตอรี่ลิเธียมคือ ชาร์จได้เร็ว และ ชาร์จระหว่างพักได้ (Opportunity Charging)

ควรเลือกแบตเตอรี่ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว และใช้ เครื่องชาร์จที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิตเดียวกัน

เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบภายใน

5. เปรียบเทียบ “ต้นทุนรวม” มากกว่าราคาเริ่มต้น

แม้ว่าแบตเตอรี่ลิเธียมจะมีราคาสูงกว่าแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด (Lead-Acid) แต่หากพิจารณาต้นทุนระยะยาว

  • ใช้งานได้ยาวกว่า 3–5 เท่า

  • ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น

  • ไม่มีไอกรด

  • ใช้ไฟน้อยกว่าระหว่างชาร์จ

ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายรวมได้มากในระยะยาว

6. เลือกแบรนด์และผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้

ควรเลือกแบตเตอรี่จากผู้จำหน่ายที่

  • มีการรับประกันชัดเจน (อย่างน้อย 3–5 ปี)

  • มีศูนย์บริการหรือทีมเทคนิคในประเทศ

  • สามารถให้คำแนะนำการติดตั้ง / การใช้งานอย่างถูกต้อง

เพราะแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง การมีทีมช่างและบริการหลังการขายที่พร้อม จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ตลอดอายุการใช้งาน

เลือกให้เหมาะ ใช้ได้คุ้มทุกแรงยก

การเลือกแบตเตอรี่ลิเธียมสำหรับรถโฟล์คลิฟท์ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ “แรงดันหรือราคา”

แต่ต้องพิจารณาให้ครบทั้ง แรงดัน–ความจุ–ระบบ BMS–เวลาในการชาร์จ–และบริการหลังการขาย

เมื่อเลือกได้เหมาะสม รถโฟล์คลิฟท์ของคุณจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและพลังงานมากขึ้น

หากคุณกำลังมองหาแบตเตอรี่ลิเธียมคุณภาพสูงสำหรับรถโฟล์คลิฟท์ FADINIUM พร้อมให้คำปรึกษาฟรี!

โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จริงในวงการยกสินค้าและคลังสินค้า

ติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำแบตเตอรี่ลิเธียมที่เหมาะกับรถโฟล์คลิฟท์ของคุณได้เลย